วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

จัดทำโดย





นางสาวอรพินท์ ดาลุน รหัส 54020741 





นางสาว กรองกาญจน์ ตุกล่อย 54008609


วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

ประวัติความเป็นมาของอาหารไทย

ประวัติความเป็นมาของอาหารไทย

 
          อาหารไทย คือ อาหารประจำชาติของไทยที่มีการสั่งสม และถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งที่ปรากฏในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จากจดหมายเหตุบันทึกวรรณกรรมต่าง ๆ ได้มีการแบ่งลักษณะของอาหารไทย ตามยุคของประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่ (ประหยัด สายวิเชียร, 2547, หน้า 20)

          1. สมัยสุโขทัย หลักฐานจากศิลาจารึก และวรรณคดีสำคัญ คือ ไตรภูมิพระร่วงของพญาลิไท กล่าวถึงอาหารไทยสมัยนั้นว่า มีข้าวเป็นอาหารหลัก กินร่วมกับกับข้าวที่ส่วนใหญ่ได้มาจากปลา และมีเนื้อสัตว์อื่นบ้าง การปรุงอาหารได้ปรากฏคำว่า “แกง” ในไตรภูมิพระร่วงซึ่งเป็นที่มาของคำว่า ข้าวหม้อ แกงหม้อ ผักที่กล่าวถึง คือ แฟง แตงและน้ำเต้า ส่วนอาหารหวานก็ใช้วัตถุดิบพื้นบ้าน เช่น ข้าวตอก และน้ำผึ้ง ส่วนหนึ่งนิยมกินผลไม้แทนอาหารหวาน

          2. สมัยอยุธยา ถือว่าเป็นยุคทองของไทย ได้มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมากขึ้นทั้งชาวตะวันตกและตะวันออก จึงทำให้มีบันทึกเกี่ยวกับอาหารการกินของคนไทยสมัยนั้นในเอกสารของชาวต่างประเทศที่กล่าวว่า คนไทยกินอาหารแบบเรียบง่าย ยังคงมีปลาเป็นหลัก มีต้ม แกง และคาดว่ามีการใช้น้ำมันในการประกอบอาหารแต่เป็นน้ำมันจากมะพร้าว และกะทิมากกว่าไขมันหรือน้ำมันจากสัตว์มากขึ้นกว่าในสมัยสุโขทัย คนไทยสมัยนั้น มีการเก็บถนอมอาหาร เช่น การนำไปตากแห้ง หรือทำเป็นปลาเค็มและมีการอาหารประเภทเครื่องจิ้ม เช่น น้ำพริกกะปิ นิยมบริโภคสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บกโดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ที่ยังไม่นิยมนำมาฆ่าเพื่อใช้เป็นอาหาร ได้มีการกล่าวถึงแกงปลาต่าง ๆ ที่ใช้เครื่องเทศ เช่น แกงที่ใส่หัวหอม หัวกระเทียม สมุนไพรหวาน และเครื่องเทศบางชนิดที่คาดว่านำมาใช้ประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อปลา

          3. สมัยธนบุรี จากหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือแม่ครัวหัวป่าก์ ซึ่งเป็นตำราการทำกับข้าวเล่มแรกของไทย พบว่า มีความต่อเนื่องของวัฒนธรรมอาหารไทย และอาหารไทยสมัยกรุงธนบุรีน่าจะคล้ายคลึงกับสมัยอยุธยา แต่ที่พิเศษเพิ่มเติม คือ มีอิทธิพลของอาหารจีนที่เพิ่มเข้ามา

          4. สมัยรัตนโกสินทร์ การศึกษาความเป็นมาของอาหารไทยในยุครัตนโกสินทร์จำแนกได้ตามยุค ดังนี้ 
                    4.1 ยุคที่ 1 (ปี พ.ศ. 2325-2394) อาหารไทยในยุคนั้นเป็นลักษณะเดียวกันกับสมัยธนบุรี และมีประเภทของอาหารว่างเพิ่มขึ้นจากอาหารคาว และอาหารหวาน
                    4.2 ยุคที่ 2 (ปี พ.ศ. 2394 - ปัจจุบัน) ตำรับอาหารการกินของไทยเริ่มมีการบันทึกเป็นหลักฐานชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เนื่องจากมีการตั้งโรงพิมพ์แห่งแรกในประเทศไทย และต่อเนื่องมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ดังจะพบได้ในบทพระราชนิพนธ์ต่าง ๆ ของรัชกาล 5 เรื่องไกลบ้าน จดหมายเหตุ เสด็จประพาสต้น รวมถึงบันทึกต่าง ๆ ที่ผ่านทางการบอกเล่าสืบทอดทางเครือญาติ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ บันทึกเหล่านี้สะท้อนให้เป็นความหลากหลายของอาหารไทย ทั้งที่เป็น กับข้าว อาหารจานเดียว อาหารว่าง อาหารหวาน และอาหารนานาชาติ ซึ่งปรุงโดยวิธีการของราชสำนักและแบบชาวบ้าน ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า อาหารไทยบางชนิดในปัจจุบัน มีวิธีการปรุงหรือส่วนประกอบของอาหารผิดเพี้ยนไปจากของดั้งเดิม จึงทำให้บางครั้งรสชาติของอาหารขาดเอกลักษณ์ที่สำคัญไปอาหารไทยถูกสืบทอดมายาวนาน มีการสั่งสม ผสมผสาน ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่อาหารไทยในปัจจุบันยังคงมีความเป็นเอกลักษณ์และเป็นเครื่องแสดงออกถึงวัฒนธรรมของชาติได้อีกแขนงหนึ่ง


บรรณานุกรม 

          กัญญารัตน์ ถนอมแสง. (2551). ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีต่ออาหารไทย. วิทยานิพนธ์, ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์เพื่อพัฒนาชุมชน). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
          ประหยัด สายวิเชียร. (2547). รายงานการวิจัย เรื่อง อาหารวัฒนธรรมและสุขภาพ. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, คณะศึกษาศาสตร์.


http://www.idis.ru.ac.th/report/index.php?topic=5961.0

สูตรอาหารไทย : ผัดผักบุ้ง


  สูตรอาหารไทย : ผัดผักบุ้ง

[ STIR-FRIED SWAMP CABBAGE WITH SALTED SOYA BEAN ]


ผัดผักบุ้ง

* ผักบุ้ง 300 กรัม
* กระเทียมสับละเอียด 10 กลีบ
* พริกทุบพอแหลก 3-5 เม็ด
* น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
* เต้าเจี๊ยว 1 ช้อนชา
* ซ๊อสหอยนางรม 2 ช้อนชา
* น้ำตาล 1 ช้อนชา
* กระเทียมเจียว (สำหรับแต่งหน้าอาหาร)
* พริกไทยป่น (สำหรับแต่งหน้าอาหาร)
ผักบุ้ง
ผัดผักบุ้ง
 
     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ล้างผักบุ้งในน้ำสะอาด สะเ็ด็ดน้ำให้แห้งแล้วจึงนำไปหั่นตามยาว โดยหั่นให้มีความยาวประมาณ 2 นิ้ว
2. ในถ้วยขนาดใหญ่ นำผักที่หั่นแล้วใส่ลงไป จากนั้นจึงเติมเครื่องปรุง ซึ่งได้แก่ กระเทียมสับ, พริก, น้ำมันหอย, เต้าเจี๊ยว และน้ำตาล บนผักบุ้ง
3. ใส่น้ำมันลงในกระทะและนำไปตั้งไฟ (ใช้ไฟแรง) รอจนกระทั่งเริ่มมีควันจากน้ำมันในกระทะ จากนั้นจึงใส่ผักและเครื่องปรุงที่เตรียมไว้แล้ว (ในขั้นตอนที่ 2) ลงในกระทะ ผัดอย่างรวดเร็วประมาณ 15 วินาที จึงหรี่ไฟลง(หมายเหตุ : ในขณะที่ใส่ผักและเครื่องปรุงลงไปผัด จะเกิดไฟวาบลุกขึ้นในกระทะ ถ้าครัวของท่านมีขนาดเล็ก ไม่ควรจะใช้ไฟแรง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งของภายในครัวได้ นอกจากนั้น ควรระวังใบหน้าและมือด้วย กรณีผู้ที่ไม่ชำนาญการทำอาหาร แนะนำให้ใช้ไฟปานกลางผัด ก็จะได้รสชาติที่อร่อยเหมือนกัน แต่จะไม่มีกลิ่นควันไฟในอาหารเท่านั้นเอง)
4. ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวและเหยาะพริกไทยป่นนิดหน่อย เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
(สำหรับ 2 ท่าน)



สูตรอาหารไทย : ยำปลาดุกฟู


  สูตรอาหารไทย : ยำปลาดุกฟู

[ CRISPY CATFISH WITH GREEN MANGO SALAD ]

ยำปลาดุกฟู

* ปลาดุก 1 ต้ว (น้ำหนักประมาณ 400 - 500 กรัม)
* น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนูซอย 5-10 เม็ด
* หอมแดงซอย 1/4 ถ้วยตวง
* มะม่วงดิบ 1 ลูก (ฝานและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ)
* ถั่วมะม่วงหิมพานต์ 1/4 ถ้วยตวง (หรือใช้ถั่วลิสง)
* ผักชีสำหรับแต่งอาหาร
น้ำยำปลาดุกฟู
ยำปลาดุกฟู
 
     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. นำปลาไปย่างในเตาอบอุณหภูมิประมาณ 230 องศาเซลเซียส จนสุกดี จากนั้นจึงนำออกมาทิ้งไว้ให้เย็น แล้วใช้ส้อมขูดไปที่เนื้อปลาเพื่อให้เนื้อปลาฉีกเป็นชิ้นฝอย
2. ใส่น้ำมันลงในกระทะและนำไปตั้งไฟร้อนปานกลาง รอจนน้ำมันร้อนจึงนำเนื้อปลาฝอยที่ขูดได้ไปทอดให้เป็นแพจนเหลือง เสร็จแล้วนำออกมาสะเด็ด และจัดไว้บนจานเสริฟ
3. ทำน้ำยำปลาดุกฟู โดยผสมน้ำปลา, น้ำมะนาว, น้ำตาล, พริก, หอมแดงและมะม่วงดิบ ปรับรสชาติไ้ด้ตามความชอบ (รสดั้งเดิมจะมีรสเปรี้ยวนำ มีรสเผ็ด, รสหวานและเค็มพอๆกัน)
4. ก่อนเสริฟ แต่งหน้าด้วยมะม่วงหิมพานต์และผักชีบนปลาที่ทอดไว้แล้ว สำหรับวิธีเสริฟนั้น จะเสริฟแยกปลากับน้ำยำ หรือราดน้ำยำลงบนปลาเลยก็ได้ ถ้าชอบความกรอบควรเสริฟแยกกัน
(สำหรับ 2 ท่าน)




สูตรอาหารไทย : ราดหน้าหมู

สูตรอาหารไทย : ราดหน้าหมู

[ THAI NOODLE WITH PORK IN GRAVY ]



ราดหน้ากุ้ง

* เส้นก๋วยเตี๋ยว (ใหญ่) 1/2 ถ้วยตวง
* เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม
   (สามารถใช้กุ้งหรือไก่แทนได้)
* ผักคะน้า 2 ต้น (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)
* กระเทียมสับละเอียด 4 กลีบ
* น้ำซุปไก่ 3/4 ถ้วยตวง (หรือน้ำเปล่า)
* แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
* ซิอิ๊วดำหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
* เต้าเจี๊ยว 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
เส้นก๋วยเตี๋ยว
ราดหน้ากุ้ง
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ถ้า้ใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวแบบแห้ง ต้องนำไปแช่ในน้ำอุ่นประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนใช้ แล้วจึงนำไปสะเด็ดน้ำ
2. ผสมเนื้อหมู, น้ำปลา (1 ช้อนโต๊ะ) , พริกไทย และแป้งข้าวโพด (1 ช้อนโต๊ะ) เข้าด้วยกัน หมักไว้อย่างน้อย 30 นาที 
3. ตั้งน้ำมันในกระทะด้วยไฟร้อนปานกลาง ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปผัด เติมซิอิ๊วดำหวาน ผัดจนเส้นก๋วยเตี๋ยวและซิอิ๊วดำเข้ากันทั่วจึงปิดไฟ และนำเส้นออกมาใส่จานเตรียมไว้
4. ใส่น้ำมันในกระทะและนำไปตั้งไฟ เติมกระเทียมและผัดจนหอม ใส่หมูและผัดต่อจนเกือบสุกจึงใส่คะน้าลงไป
5. ผัดจนคะน้าสุก ใส่น้ำซุปไก่และเต้าเจี๊ยวลงไป

6. รอจนกระทั่งน้ำเริ่มเดือด จึงใส่น้ำแป้ง (นำแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะไปผสมกับน้ำ คนให้ละลายดี) ระหว่างใส่น้ำแป้งต้องคนอย่างต่อเนื่อง จนน้ำซุปเริ่มข้น ปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลา ปิดไฟ 
7. ราดน้ำซุปบนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่จัดใส่จานไว้แล้ว เสริฟทันทีขณะที่ยังร้อนพร้อมเครื่องปรุง (พวงพริก)
(สำหรับ 2 ท่าน)



http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Thai-noodle-with-pork-in-gravy_th.html

สูตรอาหารไทย : แกงเลียงกุ้งสด


สูตรอาหารไทย : แกงเลียงกุ้งสด

[ THAI SPICY MIXED VEGETABLE SOUP WITH PRAWNS ]

แกงเลียงกุ้งสด
* กุ้งขนาดกลาง 350 กรัม
   (ล้างทำความสะอาดและปอกเปลือก)
* ข้าวโพดอ่อนหั่น 1 ถ้วยตวง
* ผักสดอื่นๆ หั่น 1 ถ้วยตวง
* ใบแมงลัก 1/2 ถ้วยตวง
* น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง (หรือน้ำซุปผัก)
    ส่วนผสมน้ำพริกแกงเลียง :
     * พริกไทยเม็ด 12 เม็ด
     * หอมแดง 12 ลูก
     * กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
     * กุ้งแห้ง 1/2 ถ้วยตวง
     * น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ใบแมงลัก
แกงเลียงกุ้งสด
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. นำส่วนผสมน้ำพริกแกงเลียงไปโขลกให้เข้ากันโดยใช้ครก หรืออาจใช้เครื่องปั่นอเนกประสงค์แทนก็ได้
2. ต้มน้ำ (หรือน้ำซุปผัก) ในหม้อ ใส่น้ำพริกแกงเลียงลงไป (่ทำในขั้นตอนที่หนึ่ง) คนเรื่อยๆให้เครื่องแกงละลาย
3. เมื่อน้ำซุปเดือด ปรุงรสด้วยน้ำปลา รอสักพักจึงใส่กุ้งและผักสดลงไป
4. เมื่อกุ้งและผักสุกดีแล้ว ถ้าต้องการปรุงรสเพิ่มสามารถปรับได้ตามที่ต้องการ เสร็จแล้วปิดไฟ
5. ตักใส่ถ้วย และเสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อน
หมายเหตุ : แกงเลียงเป็นอาหารที่นิยมและดีอย่างมากสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก เพราะจะช่วยให้ร่างกายคุณแม่ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น
(สำหรับ 2 ท่าน)


http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/spicy-mixed-vegetable-soup-with-prawns_th.html

สูตรอาหารไทย : น้ำพริกกะปิ+ปลาทูทอด

สูตรอาหารไทย : น้ำพริกกะปิ+ปลาทูทอด

[ SPICY SHRIMP PATE AND FRIED MACKERAL FISH ]



น้ำพริกกะปิ + ผักสด
* ปลาทู 2 ตัว
* กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
* กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
* หอมแดงปอกเปลือก 3 ลูก
* กระเทียมปอกเปลือก 3 ลูก
* พริก 10 - 15 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลดตามต้องการ)
* น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
* ผักสด หรือ ผักนึ่ง (กะหล่ำปลี, แตงกวา, ผักกาดขาว, มะเขือเทศ, ถั่วฝักยาว, อื่นๆ)
* ชะอม 1 กำ (ทำไข่เจียวชะอม, จะไม่มีก็ได้)
* ไข่ไก่ 3 ฟอง (ใช้สำหรับทำไข่เจียวชะอม)
ปลาทูทอด + ไข่เจียวชะอม
น้ำพริกกะปิ + ผักสด
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ใส่น้ำมันลงในกระทะและนำไปตั้งไฟร้อนปานกลาง นำปลาูทูลงไปทอดจนเหลืองและสุก จึงนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน
2. ใส่หอมแดง, พริก, กระเทียมลงในครก (หรือเครื่องปั่นอเนกประสงค์) โขลกจนกระทั่งเข้ากันดี
3. เติมกุ้งแห้ง, กะปิ, น้ำปลา, น้ำมะนาวและน้ำตาล โขลก (หรือปั่น) จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี
4. ตักใส่ถ้วยน้ำพริก เสริฟพร้อมปลาทูทอดและผักสด (หรือผักนึ่ง) นอกจากนั้นไข่เจียวชะอมก็ยังนิยมเสริฟรับประทานพร้อมกับน้ำพริกกะปิด้วย
        วิธีทำไข่เจียวชะอม :
     1. ล้างชะอมให้สะอาดและเด็ดเอาใบอ่อนออกมา หั่นให้มีขนาดยาวประมาณ 1 นิ้ว
     2. นำไข่ไก่ไปตอกและใส่ในชาม คนให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน จากนั้นจึงเติมชะอมที่หั่นไว้แล้ว คนต่ออีกครั้งจนไข่และชะอมผสมกันดี
     3. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟปานกลาง ใส่ไข่และชะอมลงไปทอด รอจนกระทั่งสุกเหลืองดี จึงปิดไฟและนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ จัดใส่จานและเสริฟทานกับน้ำพริก
(สำหรับ 2 ท่าน)


http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Spicy-shrimp-paste-and-fried-mackeral_th.html

สูตรอาหารไทย : ปูจ๋า


 สูตรอาหารไทย : ปูจ๋า

[ FRIED CRAB AND PORK STUFFED SHELLS ]

ปูจ๋า
* เนื้อปู 350 กรัม
* หมูสับ 100 กรัม
* หอมใหญ่สับละเอียด 100 กรัม
* ไข่ไก่ 2 ฟอง (ตีและคนให้เข้ากัน)
* ผักชีซอยละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
* กระเทียมสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
* พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
* ซ๊อสพริก
* กระดองปู 6 อัน
* พริกชี้ฟ้าหั่นตามยาว (สำหรับแต่งอาหาร)
* ผักชี (สำหรับแต่งอาหาร)
ปูสด
ปูจ๋า
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ผสมกระเทียม, ผักชี, พริกไทย, หมูสับ, น้ำปลาและน้ำตาลเข้าด้วยกัน คลุกจนเข้ากันทั่ว หมักทิ้งไว้ 15 นาที
2. นำส่วนผสมที่หมักไว้แล้ว ใส่เข้าไปในกระดองปู จากนั้นจึงนำไปนึ่งประมาณ 15 นาทีหรือจนกระทั่งสุก
3. นำกระดองปูที่นึ่งไว้แล้วไปชุบไข่ไก่
4. นำกระทะไปตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพอประมาณสำหรับทอด เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ นำกระดองปูลงไปทอด โดยหันเอาหน้าที่เป็นเนื้อปู+หมูลงไปทอด รอจนกระทั่งสุก จึงนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน
5. จัดใส่จาน และแต่งหน้าด้วยผักชีและพริก เสริฟพร้อมซ๊อสพริก และข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นของว่างอาหารทานเล่นก็ได้
(สำหรับ 2 ท่าน)


http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Fried-crab-and-pork-stuffed-shells_th.html

สูตรอาหารไทย : หมูพะโล้


 สูตรอาหารไทย : หมูพะโล้

[ STEWED PORK AND EGG WITH FIVE SPICES ]

หมูพะโล้
* เนื้อหมูติดมัน 400 กรัม (หั่นขนาดยาว 2" และหนา 1 ")
* ไข่ไก่ 3 ฟอง
* ผักชี 3 ต้น
* ซิอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
* ซิอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ
* ผงพะโล้ 1/2 ช้อนโต๊ะ
* กระเทียมทุบ 3 กลีบ
* พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
* น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
* ผักชีสำหรับแต่งอาหาร
ส่วนผสมผงพะโล้
หมูพะโล้
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ต้มน้ำในหม้อ รอจนน้ำเดือดจึงใส่ไข่ลงไปต้มจนสุก นำไข่ออกมาปอกเปลือกเตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันในกระทะและนำไปตั้งไฟ ใส่กระเทียมและพริกไทยลงไปผัดจนหอม จากนั้นเติมหมูลงไปผัดจนเกือบสุก
3. ใส่ผงพะโล้, ซิอิ๊วดำ, ซิอิ๊วขาว, ไข่ต้ม, น้ำตาลและน้ำลงไป ต้มด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 30 นาที จึงปิดไฟ
4. ตักใส่ถ้วย แต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
(สำหรับ 2 ท่าน)

http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Stewed-pork-and-egg-with-five-spices_th.html

สูตรอาหารไทย : ไก่ผัดตะไคร้

สูตรอาหารไทย : ไก่ผัดตะไคร้

[ STIR FRIED CHICKEN WITH LEMONGRASS ]



สูตรอาหารไทย : ไก่ผัดตะไคร้
* เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม
* พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ 2 เม็ด
* พริกขี้หนู 8-10 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลด ตามความชอบ)
* หอมแดง 3 หัว
* กระเทียม 1 หัว
* ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วยตวง
* ใบมะกรูดซอย 1/2 ถ้วยตวง
* น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
* ผักชีสำหรับแต่งหน้าอาหาร
* น้ำมันพืช
สูตรอาหารไทย : ไก่ผัดตะไคร้
สูตรอาหารไทย : ไก่ผัดตะไคร้
 

     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. นำกระเทียม, หอมแดง, ตะไคร้ซอย (1/3 ถ้วย), พริกขี้หนู และใบมะกรูด (1/3 ถ้วย) ไปโขลกจนละเอียด
2. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง ใส่เครื่องแกงที่โขลกในขั้นตอนที่หนึ่งลงไปผัดจนหอม จาแนั้นจึงใส่เนื้อไก่ลงไปผัดจนเกือบสุก
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมันหอยและ น้ำตาลทราย เร่งไฟแรงขึ้น ผัดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันทั่ว จึงปิดไฟ
4. ตักใส่จาน โรยด้วยใบมะกรูด, ตะไคร้ซอยที่เหลือและพริกชี้ฟ้า แต่งหน้าด้วยผักชีอีกนิดหน่อย เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มก็ดี
(สำหรับ 2 ท่าน)



http://www.ezythaicooking.com/free_recipes/Stir-fried-chicken-with-lemongrass_th.html